Font Size: Clinical Nursing Practice Guideline for Successful Weaning from Mechanical Ventilation
Yupha Wongrostrai, Orasa Panpakdee, Supreeda Monkong
Abstract
Abstract: The objectives of this study were to establish clinical nursing practice guideline (CNPG) using a research utilization process to promote the successful
weaning the patients from mechanical ventilation. This CNPG could help the healthcare providers, especially nurses, to perform the effective weaning from
mechanical ventilation. Moreover, the CNPG would be useful in promoting the communications within the healthcare team, and providing necessary information
for nurses and physicians. This information could be used to achieve the best decision in giving proper treatment and care for ventilated patients to ensure
successful weaning. The development of CNPG was done from analysis and synthesis of 42 relevant studies and was approved by three experts. The results of the CNPG development consisted of the nursing intervention in three phases including: pre-weaning phase, weaning phase, and post-weaning phase. In
addition, the CNPG focused on the assessment of the readiness weaning, the monitoring the patients’ weaning abilities and the evaluation of the outcome in each phase of weaning. In addition, the CNPG was reviewed by experts in terms of content validity and feasibility of clinical practice. The inv estigator recommended that the CNPG should be implemented in the clinical setting to evaluate its feasibility for practice and develop acare model for patients who required mechanical ventilation. Furthermore, a pilot study should be conducted in clinical setting to evaluate the effective of the CNPG and outcomes. In addition, the CNPG should be improved continuously for the quality of nursing care.
ที่มา
วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ข่าวสารประจำสัปดาห์ที่ 8 google scholar
Submitted by pruet on 13 April 2006 - 01:17 GoogleMicrosoft
ถ้าใครที่ยังเรียนหนังสืออยู่ หรือว่าทำงานในแวดวงวิชาการ คงคุ้นเคยกับ CiteSeer Research Index หรือว่า Google Scholar กันเป็นอย่างดี เพราะว่า Search Engine เหล่านี้ ถูกออกแบบมาให้ช่วยค้นหาเอกสารทางวิชาการโดยเฉพาะ ซึ่งตอนนี้ไมโครซอฟท์ ก็ได้กระโดดลงมาในตลาดนี้เหมือนกัน โดยจะเปิดบริการที่ชื่อว่า Windows Live Acadmeic Search โดยผู้ใช้สามารถที่จะค้นหาเอกสารทั้งที่เป็นเอกสารการประชุมวิชาการ (Conference paper) หรือว่าจากวารสารทางวิชาการ (Journal) ซึ่งก็คล้ายคลึงกับของ Google Scholar แต่จากการให้ความเห็นของผู้ที่ได้ลองใช้แล้ว พบว่า Academic Search ยังขาดความสามารถที่สำคัญก็คือ Search by Citation หรือว่าการค้นหาเอกสารอ้างอิงจากเอกสารที่ค้นหามาได้ ซึ่งจำเป็นมาก สำหรับการสืบค้นงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ก็ต้องดูกันต่อไปว่า Yahoo จะเอากับเขาด้วยมั้ย
ที่มา:http://www.blognone.com/node/2094
ถ้าใครที่ยังเรียนหนังสืออยู่ หรือว่าทำงานในแวดวงวิชาการ คงคุ้นเคยกับ CiteSeer Research Index หรือว่า Google Scholar กันเป็นอย่างดี เพราะว่า Search Engine เหล่านี้ ถูกออกแบบมาให้ช่วยค้นหาเอกสารทางวิชาการโดยเฉพาะ ซึ่งตอนนี้ไมโครซอฟท์ ก็ได้กระโดดลงมาในตลาดนี้เหมือนกัน โดยจะเปิดบริการที่ชื่อว่า Windows Live Acadmeic Search โดยผู้ใช้สามารถที่จะค้นหาเอกสารทั้งที่เป็นเอกสารการประชุมวิชาการ (Conference paper) หรือว่าจากวารสารทางวิชาการ (Journal) ซึ่งก็คล้ายคลึงกับของ Google Scholar แต่จากการให้ความเห็นของผู้ที่ได้ลองใช้แล้ว พบว่า Academic Search ยังขาดความสามารถที่สำคัญก็คือ Search by Citation หรือว่าการค้นหาเอกสารอ้างอิงจากเอกสารที่ค้นหามาได้ ซึ่งจำเป็นมาก สำหรับการสืบค้นงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ก็ต้องดูกันต่อไปว่า Yahoo จะเอากับเขาด้วยมั้ย
ที่มา:http://www.blognone.com/node/2094
วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ข่าวสารประจำสัปดาห์ที่7 google scholar
ViewActivity logSubmitted by pruet on 13 April 2006 - 01:17 GoogleMicrosoft
ถ้าใครที่ยังเรียนหนังสืออยู่ หรือว่าทำงานในแวดวงวิชาการ คงคุ้นเคยกับ CiteSeer Research Index หรือว่า Google Scholar กันเป็นอย่างดี เพราะว่า Search Engine เหล่านี้ ถูกออกแบบมาให้ช่วยค้นหาเอกสารทางวิชาการโดยเฉพาะ ซึ่งตอนนี้ไมโครซอฟท์ ก็ได้กระโดดลงมาในตลาดนี้เหมือนกัน โดยจะเปิดบริการที่ชื่อว่า Windows Live Acadmeic Search โดยผู้ใช้สามารถที่จะค้นหาเอกสารทั้งที่เป็นเอกสารการประชุมวิชาการ (Conference paper) หรือว่าจากวารสารทางวิชาการ (Journal) ซึ่งก็คล้ายคลึงกับของ Google Scholar แต่จากการให้ความเห็นของผู้ที่ได้ลองใช้แล้ว พบว่า Academic Search ยังขาดความสามารถที่สำคัญก็คือ Search by Citation หรือว่าการค้นหาเอกสารอ้างอิงจากเอกสารที่ค้นหามาได้ ซึ่งจำเป็นมาก สำหรับการสืบค้นงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ก็ต้องดูกันต่อไปว่า Yahoo จะเอากับเขาด้วยมั้ย
ที่มา: Macworld
ถ้าใครที่ยังเรียนหนังสืออยู่ หรือว่าทำงานในแวดวงวิชาการ คงคุ้นเคยกับ CiteSeer Research Index หรือว่า Google Scholar กันเป็นอย่างดี เพราะว่า Search Engine เหล่านี้ ถูกออกแบบมาให้ช่วยค้นหาเอกสารทางวิชาการโดยเฉพาะ ซึ่งตอนนี้ไมโครซอฟท์ ก็ได้กระโดดลงมาในตลาดนี้เหมือนกัน โดยจะเปิดบริการที่ชื่อว่า Windows Live Acadmeic Search โดยผู้ใช้สามารถที่จะค้นหาเอกสารทั้งที่เป็นเอกสารการประชุมวิชาการ (Conference paper) หรือว่าจากวารสารทางวิชาการ (Journal) ซึ่งก็คล้ายคลึงกับของ Google Scholar แต่จากการให้ความเห็นของผู้ที่ได้ลองใช้แล้ว พบว่า Academic Search ยังขาดความสามารถที่สำคัญก็คือ Search by Citation หรือว่าการค้นหาเอกสารอ้างอิงจากเอกสารที่ค้นหามาได้ ซึ่งจำเป็นมาก สำหรับการสืบค้นงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ก็ต้องดูกันต่อไปว่า Yahoo จะเอากับเขาด้วยมั้ย
ที่มา: Macworld
ข่าวสารประจำสัปดาห์ที่6 google scholar
“ คลังความรู้วิทยาศาสตร์ บนโลกของ Internet ”
คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล (21,750 views) first post: Mon 8 January 2007 last update: Tue 9 January 2007
เสวนาในหัวข้อ “ คลังความรู้วิทยาศาสตร์ บนโลกของ Internet ” มาดูกันว่าอินเตอร์เน็ต จะมาแทนที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยได้หรือไม่ และตอบข้อสงสัยอีกมากมายของพฤติกรรมการใช้ Internet เป็นคลังความรู้
สารบัญ
หน้า : 1 อะไร ๆ ก็ค้นได้จากอินเตอร์เน็ต จริงหรือไม่ ?
หน้า : 2 คลังความรู้ดี ๆที่มีในบ้านเรา
หน้าที่ 1 - อะไร ๆ ก็ค้นได้จากอินเตอร์เน็ต จริงหรือไม่ ?
สวัสดีค่ะ เมื่อวันอังคารที่ 12 ธันวาคม 2549 ที่ผ่านมา ช่วง บ่ายโมงครึ่ง ถึงบ่ายสองโมง
ทางคุณรุจเรขา อัศวิษณุ หัวหน้าหน่วยสารสนเทศงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์, หัวหน้าห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข และwebmaster ของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ( เว็บไซต์ www.sc.mahidol.ac.th ) ได้มาเสวนาพูดคุยกับ รศ.ดร.วีณา เชิดบุญชาติ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการ “ โลกวิทยาการ ” ทางสถานีวิทยุ FM 97 ถึงเรื่อง “ คลังความรู้วิทยาศาสตร์ บนโลกของ Internet ” เราไปดูกันดีกว่าค่ะ ว่า Internet กับวิทยาศาสตร์นั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
รศ.ดร.วีณา : อินเตอร์เน็ต จะมาแทนที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยได้หรือไม่ ?
คุณรุจเรขา : อาจเป็นไปได้ในแง่ของความสะดวกในการเข้าถึง หนังสือและวารสารโดยไม่มีขีดจำกัด และดูเหมือนจะได้อ่านฟรี แต่ที่จริงแล้วไม่มีอะไรฟรี โดยเฉพาะในเรื่องของเทคโนโลยีและข้อมูลที่มีคุณค่า มีราคาอยู่แล้ว อย่างเช่นวารสารทางวิชาการสาขาวิทยาศาสตร์ของบริษัทสำนักพิมพ์ที่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศ ยังคงมีราคาแพงมากเหมือนเดิม เป็นธุรกิจอีกรูปแบบหนึ่ง เพียงแต่เปลี่ยนจากการตีพิมพ์ลงในกระดาษ มาเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งสะดวกต่อการค้นหาและการใช้งาน แต่โชคดีที่เดี๋ยวนี้มีสำนักพิมพ์วารสารทางวิชาการแบบไร้กระดาษและไม่หวังผลกำไร เรียกกันว่าเป็น Open – Access Publishers เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดบนอินเตอร์เน็ตโดยเฉพาะในวงการวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการแพทย์ นักวิจัยสามารถส่งบทความไปตีพิมพ์ได้ฟรีทางออนไลน์ ผู้อ่าน download บทความมาอ่านได้ฟรี แถมบทความยังมีคุณภาพดีอีกด้วย นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อวงการวิชาการ โดยเฉพาะในบ้างเรา ซึ่งมักซื้อเทคโนโลยี ซื้อข้อมูลมาใช้เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่ค่อยได้ผลิตเองพูดถึงหนังสือในห้องสมุดหลายคนคงเคยได้ยินข่าว เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2549 ที่ผ่านมานี้เอง Microsoft ได้เปิดตัว Live Search Books books.live.com รุ่นทดลอง หรือ beta version ขึ้นมาแข่งขันกับ Google ซึ่งที่จริงแล้ว Microsoft ทำได้ค่อนข้างล่าช้ากว่ากำหนด เดิมเคยประกาศไว้ว่าจะเป็นกลางปี 2006 หลักการคือ scan หนังสือทั้งเล่ม จำนวนเริ่มต้นกว่าแสนเล่มจากห้องสมุดขนาดใหญ่ เช่น ห้องสมุดประชาชนแห่งกรุงนิวยอร์ก ( The New York Public Library ) ห้องสมุดมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย มหาวิทยาลัยคอร์แนลของอเมริกา มหาวิทยาลัยโตรอนโตของแคนาดา และหอสมุดแห่งชาติแห่งสหราชอาณาจักร หรือ British Library และจัดทำดรรชนีเพื่อค้นหาคำที่ต้องการ จากหนังจำนวนมหาศาลอย่างไร้ขีดจำกัด กลายเป็นห้องสมุดสำหรับคนทั้งโลก หรือ World Wide Library ซึ่งต่อไปจะมีจำนวนนับล้านเล่ม และ download มาอ่านได้ แต่ทุกหน้าจะประทับข้อความ “ Digitized by Microsoft ” เอาไว้ ทั้งนี้ Microsoft จะระมัดระวังเรื่องของลิขสิทธิ์ โดยเลือกสแกนหนังสือที่ไม่มีลิขสิทธิ์ หรือได้รับอนุญาตจากสำนักพิมพ์แล้วท่านั้น นอกจากนั้น ยังชักชวนให้สำนักพิมพ์ต่าง ๆ นำหนังสือมาเข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นช่องทางในการโฆษณาและจำหน่ายหนังสืออีกด้วย ( ผู้สนใจติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพิ่มเติมได้จากบทความ “ Microsoft Offers Book Search ” . PC World Magazine , Dec 06, 2006 www.pcworld.com / article / id,128094 – page,1-c, searchengines / article .html มีแม้กระทั้งหนังสือไทยโบราณหายากหลายเล่ม ลองไปค้นเอาเองก็แล้วกันนะคะ
แนวความคิดที่จะสแกนหนังสือนี้ Google ทำล่วงหน้ามาก่อนเป็นปีแล้ว เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ Google Book Search ( books.google.com ) เปิดตัวเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2548 แต่ขณะนี้กำลังเดือดร้อนประสบปัญหาถูกฟ้องร้องจากสำนักพิมพ์ในเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์ ส่วน Amazon.com ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายหนังสือบนออนไลน์ขนาดใหญ่ระดับโลก ก็มีการสแกนหน้าหนังสือให้อ่านด้วยเหมือนกัน เพื่อประโยชน์ต่อการเชิญชวนให้สั่งซื้อตัวเล่มจริง สารานุกรม หรือ encyclopedia เดี๋ยวนี้ ก็มี Wikipedia ( en.wikipedia.org ) ซึ่งเป็นสารานุกรมเสรี ที่ใคร ๆ สามารถเข้าไปแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลได้ เป็นนิยมกันมาก เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2544 มีการจัดทำถึง 200 ภาษา รวมทั้งภาษาไทยด้วย ( th.wikipedia.org ) เมื่อปีที่แล้ววารสาร Nature เคยทำการสำรวจความถูกต้องของข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์ในหัวข้อต่าง ๆ เปรียบเทียบกันระหว่างสารานุกรมเสรีที่ใคร ๆ ก็เข้าไปแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลได้อย่าง Wikipedia กับสารานุกรมที่เก่าแก่และเป็นหนังสืออ้างอิงที่มีชื่อเสียงมาช้านาน อย่าง Encyclopaedia Britannica แทบไม่น่าเชื่อ ปรากฏว่าผู้เชี่ยวชาญจำนวน 42 คน ตรวจสอบพบข้อผิดพลาด ( เล็ก ๆ น้อย ๆ ) ใน Encyclopaedia Britannica จำนวนถึง 123 แห่ง ในขณะที่ Wikipedia มี 162 แห่ง และพบข้อผิดพลาดที่จัดว่าร้ายแรง จำวน 4 แห่ง เท่า ๆ กัน ( ผู้สนใจสามารถติดตามอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ “ Internet encyclopaedias go head to head ” . Nature Magazine, 14 Dec.2005 ที่เว็บไซต์ www.nature.com/news/2005/051212/full /438900a.html )
แม้การสำรวจครั้งนี้ จะเป็นการลดความน่าเชื่อถือของ Encyclopaedia Britannica ซึ่งสร้างความไม่พอใจและมีการออกหนังสือชี้แจงคัดค้านเป็นการใหญ่ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดว่าบนโลกอินเตอร์เน็ตนี้ อะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และมีผลกระทบต่อแหล่งความรู้ทางวิชาการของเรามากทีเดียว Wikipedia ตอนนี้จัดอันดับเป็นเว็บยอดนิยมมีผู้เข้าใช้สูงสุดเป็นอันดับที่ 12 ของโลกแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าอันดับต้น ๆ นั้น ได้แก่กลุ่มของ Google ซึ่งมีเว็บไซต์แยกย่อยของแต่ละประเทศ ( Google ของไทยอยู่ในอันดับที่ 199 ) , กลุ่มของ Microsoft ได้แก่ Microsoft , Microsoft Network ( MSN ) , Windows Live ( www.live.com ) , Yahoo , Amazon , YouTube ( แหล่งรวมคลิปวิดีโอสมัครเล่น ) , Ebay ( แหล่งซื้อขายสินค้าส่วนบุคคลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ) เป็นต้น ( ใครสนใจรายชื่อบนเว็บยอดนิยม 500 อันดับแรก ติดตามการจัดอันดับ traffic rankings ได้จากเว็บไซต์ Alexa Web Search ( www.alexa.com ) ของบริษัท AMAZON
รศ.ดร.วีณา : จะมีการผสมผสานระหว่าง “บันเทิง” กับ “วิชาการ” บนโลกของอินเตอร์เน็ตได้หรือไม่
คุณรุจเรขา : เดี๋ยวนี้ บรรดายักษ์ใหญ่ในวงการอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น Google หรือ Microsoft ที่เน้นความสนุกสนาน บันเทิงและธุรกิจมาก ปัจจุบันหันมาสนใจข้อมูลทาง academic หรือทางการศึกษาวิจัยวิทยาศาสตร์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Google Scholar ซึ่งเป็นระบบบริการสืบค้นผลงานวิจัยหรือบทความจากวารสารทางวิชาการ Google Book Search ซึ่งนำหนังสือมาทำการสแกนให้เป็นดิจิตอลนับแสนเล่ม เพื่อความสะดวกในการสืบค้นในลักษณะของ e – books ส่วนค่าย Microsoft ก็ผลิตระบบสืบค้นบทความทางวิชาการขึ้นมาแข่งขัน แบบตาต่อตาฟันต่อฟันเลย คือมี Live Academic Search เพื่อแข่งกับ Google Scholar และ Live Search Book เพื่อแข่งกับ Google Book Search เป็นต้น ในขณะเดียวกัน หากเราอ่านวารสารหรือนิตยสารทางวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นที่นิยมทั่วโลก เช่น Science magazine ( science.com ) , Nature magazine ( nature.com ) ฉบับอิเล็กทรอนิกส์บนอินเตอร์เน็ต จะพบว่า เดี๋ยวนี้ได้นำรูปแบบบันเทิงเข้ามาใช้ เช่น แทนที่จะอ่านข่าวบนจอภาพหรือพิมพ์ออกมาเป็นกระดาษอ่านอย่างเดียว ได้มีระบบที่เรียกว่า PODCAST เพื่อฟังเสียงรายการวิทยุ ( เหมือนรายการโลกวิทยาการ ) เป็นไฟล์ MP 3 ไปพร้อม ๆ กับอ่านข่าววิทยาศาสตร์บนจอภาพไปด้วย สำหรับนักเรียนไทยแล้วเท่ากับเป็นการฝึกภาษาอังกฤษไปในตัวทีเดียว หรือบางเว็บไซต์จะให้บริการเป็น WEBCAST เป็นทั้งเสียงและวีดิโอ เพื่อให้ข่าววิทยาศาสตร์มีความน่าสนใจมากขึ้น เช่นที่เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ชื่อดังของอเมริกา Exploratorium หนึ่งในเว็บไซต์ที่ดีที่สุดในโลก สำหรับครูสอนวิทยาศาสตร์ www.exploratorium.edu มีการถ่ายทอดข่าวการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการจัดเก็บรักษาต้นฉบับโบราณที่เขียนด้วยลายมือของ Archimedes นักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกเมื่อพันปีที่แล้ว ให้ชมเป็น WEBCAST ( คนเดียวกันกับที่กระโดดออกจากอ่างอาบน้ำ วิ่งเปลือยกายแล้วร้องตะโกนว่า “ Eureka ! Eureka ! ” หรือแปลว่า “ I’ve found it ! I’ve found it ! นั่นแหละ ) นอกจากนั้น ใครเคยเล่น Google Earth ซึ่งเป็นระบบ 3 มิติ ในการสำรวจแผนที่โลกนิตยสาร Nature Magazine นำ Google Earth มาใช้ระบุพื้นที่บริเวณที่มีไข้หวัดนกระบาดและมีผู้เสียชีวิต อย่างของประเทศไทย สามารถ map ตรงมายังแผนที่จังหวัดกาญจนบุรี ได้เลยทีเดียว และ link ต่อไปยัง WHO ให้ข้อมูลรายงานว่ามีเด็กอายุ 6 ขวบเสียชีวิต 2 คนในพื้นที่ดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 ม.ค. และ 2 ก.พ. 2547 วารสารวิทยาศาสาตร์อื่น ๆ เช่นในสาขาเคมี ฟิสิกส์ ก็มีการลงภาพประกอบเป็นโครงสร้างเคมีแบบ 3 มิติ หมุนได้รอบหรือวารสารทางชีววิทยา มีภาพประกอบจากการถ่ายภาพจากกล้องจุลทรรศน์ เป็น animation เคลื่อนไหวได้ เป็นต้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการติดตามข่าวสารทางวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกในสมัยนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนานไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
รศ.ดร.วีณา : อะไร ๆ ก็ค้นได้จากอินเตอร์เน็ต จริงหรือไม่ ?
คุณรุจเรขา : ข้อควรระวังสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่อยากจะฝากไว้ คือ พอค้นหาข้อมูลอะไรไม่เจอจาก Google Search Engine อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าไม่มี และควรพิจารณาให้ดีก่อนเชื่อเนื้อหาข้อมูลต่าง ๆ ที่ค้นได้จากเว็บ ดูก่อนว่าแหล่งข้อมูลหรือเว็บไซต์เชื่อถือได้หรือไม่ ใครหรือหน่วยงานใดเป็นคนสร้างเว็บไซต์นั้น สำหรับแวดวงการวิชาการทางวิทยาศาสตร์ เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ อย่าเชื่ออะไรง่าย ๆ
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจของ PEW Internet & American Life project ร่วมกับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ Exploratorium ในรายงานเรื่อง “ The internet as a Resouce for News and Information about science” ( www.pewinternet.org/pdfs/PIP_Exploratorium _Science.pdf ) ข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2549 นี้เอง พบว่าแหล่งข้อมูลแห่งแรกที่คนอเมริกันใช้ค้นหาข่าวและข้อมูลวิทยาศาสตร์ทั่ว ๆ ไป ได้แก่ ข่าวจากโทรทัศน์ ซึ่งมีจำนวน 41 % รองลงมาคือค้นจากอินเตอร์เน็ต 20 % ( หรือประมาณ 40 ล้านคน ) อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารวิทยาศาสตร์เพียง 14 % แต่ถ้าใช้ค้นหาข่าววิทยาศาสตร์สำคัญเฉพาะเรื่อง เช่น งานวิจัยเกี่ยวกับ จำนวน 67 % จะค้นจากอินเตอร์เน็ต รองลงมา 11 % คือเข้าใช้ห้องสมุด ที่เหลือเพียงเล็กน้อยไม่กี่เปอร์เซ็นต์จะอ่านจากหนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ และชมโทรทัศน์
รศ.ดร.วีณา : ศูนย์ความรู้ คลังความรู้ หรือคลังปัญญาทางวิทยาศาสตร์ ในบ้านเรา ที่น่าสนใจมีที่ใดบ้าง
หน้าที่ 2 - คลังความรู้ดี ๆที่มีในบ้านเรา
ความจริงห้องสมุดเกือบทุกแห่งในประเทศไทย โดยเฉพาะห้องสมุดมหาวิทยาลัย จะมีบริการผ่านเว็บไซต์ ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งความรู้ที่สำคัญทีเดียว ตอนนี้ห้องสมุดออนไลน์ของบ้านเรามีข้อมูลทันสมัยไม่แพ้ประเทศใดเลยค่ะ ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหิดลเอง มีห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข ที่ให้บริการความรู้สำหรับผู้ที่สนใจการศึกษาและวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และผู้ที่สนใจความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสารสนเทศเพื่อการวิจัย ( รวมทั้งข้อมูลนำมาสนทนาทั้งหมดในวันนี้ด้วนค่ะ ) มีฐานข้อมูลทางวิชาการ Electronic Databases ให้บริการสืบค้นผ่านทางเว็บไซต์มากกว่า 100 ฐานข้อมูล และวารสารอิเล็กทรอนิกส์ Electronic Journals มากกว่า 4,000 รายการ เนื่องจากทางคณะวิทยาศาสตร์เราเน้นเรื่องการศึกษาและการวิจัยให้มีคุณภาพระดับสากล ต่อเนื่องมานานกว่า 48 ปีแล้ว ขอแนะนำชื่อเว็บไซต์ของห้องสมุดสตางค์ มงคลสุขเลยนะคะ หากสนใจจะแวะมาเยี่ยมชมและใช้บริการ อยู่ที่ stang.sc.mahidol.ac.th หรือจะเข้าผ่านทางคณะวิทยาศาสตร์ก็ได้ที่ www.sc.mahidol.ac.th
ส่วนเว็บไซต์ประเภทคลังความรู้ดี ๆที่มีในบ้านเรา อยากจะแนะนำเพิ่มเติม สัก 3 แห่ง ได้แก่
- เว็บไซต์ของศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ( Science and Technology Knowledge Center ) www.stkc.go.th กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีบริการห้องสมุดเสมือน พิพิธภัณฑ์เสมือน เรียนออนไลน์ ( E – learning ) และคลังความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ทางวิทยาศาสตร์
- Gotoknow.org GotoKnow เป็นระบบบล็อก ( Blog ) เพื่อการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ – ความรู้บนอินเตอร์เน็ต แบ่งย่อยตามกลุ่ม ตามเนื้อหาที่สนใจ ปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นเทคโนโลยีที่ส่งเสริม “ การแลกเปลี่ยนความรู้ ” ของคนในสังคมไทยมากที่สุด มีสมาชิกที่เขียนบันทึกซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาวิชา ทั้งองค์กรเอกชน หน่วยงานรัฐบาล วงการศึกษา และวงการแพทย์จำนวนมากกว่า 8,500 คน และมีผู้เข้าชมกว่า 21,000 คนต่อวัน อยู่ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันส่งเสริมกาจัดการความรู้เพื่อสังคม ( สคส. ) ฉลองครบรอบ 1 ปี ไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2549 นี้เอง
- www.vcharkarn.com วิชาการดอทคอม เสนอเรื่องราวทางการศึกษาสำหรับเยาวชน เป็นเว็บไซต์ส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่นรางวัลชนะเลิศในปี 2004 จากสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ( Thai Webmaster Association Award ) และเป็นเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมมีผู้เข้าชมสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในหมวดการศึกษา จาก Thailand Web rank ( TrueHits ) คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยหลาย ๆ แห่งในประเทศไทย มาช่วยกันเขียนบทความและตอบปัญหาในเว็บไซต์นี้ค่ะ
รศ.ดร.วีณา : แนะนำเว็บไซต์ของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
คุณรุจเรขา : ผู้ที่พลาดติดตามรายการโลกวิทยาการมาตั้งแต่ต้น สามารถฟังการสัมภาษณ์ย้อนหลัง ได้จากเว็บไซต์ของคณะ ฯ ( www.sc.mahidol.ac.th ) ฟังเสียงการสนทนาในประเด็นเรื่องราวความรู้ต่าง ๆ ที่น่าสนใจทางวิทยาศาสตร์ของอาจารย์ และนักวิจัย ซึ่งเคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วกว่า 30 ท่าน และสามารถ click ดูข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับอาจารย์เหล่านั้น เพื่อดูหน้าตาทำความรู้จัก และอ่านประวัติผลงานวิจัย และหากสนใจจะติดต่อร่วมทำวิจัย หรือสมัครเป็นลูกศิษย์ลูกหาก็ได้ค่ะ เรามีคณาจารย์ประจำจำนวนกว่า 300 ท่าน ผลิตผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในระดับนานาชาติจำนวนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศเป็นประจำทุกปี สำหรับในปีนี้ คาดว่าจะมีผลงานรวมประมาณ 300 บทความค่ะ และในเว็บไซต์มีข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจจะศึกษาต่อ ทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก รวมทั้งทุนเพื่อการศึกษาต่าง ๆ มากมาย
และขอฝากข่าวประชาสัมพันธ์ด้วยค่ะ ในวันที่ 7 – 8 – 9 กุมภาพันธ์ ( ก่อนวันวาเลนไทน์ ) ปี 2550 นี้ ซึ่งเป็นวันพุธ – วันศุกร์ ขอเชิญเที่ยวงานมหกรรมหนังสือมหิดล – พญาไท บุ๊คแฟร์ ณ บริเวณรอบตึกกลม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พญาไท ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว เป็นกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการรักการอ่านของนักเรียน นักศึกษา และประชาชน มีการออกร้านจำหน่ายหนังสือทุกประเภท และผลิตภัณฑ์จากหน่วยงานต่าง ๆ ประมาณ 100 บูธ มีกิจกรรมเสวนานักเขียน กิจกรรมประกวดภาพถ่ายในหัวข้อ “ หนังสือคือเพื่อน Books – Best Friend Forever ” รายได้สมทบทุนพัฒนาพิพิธภัณฑ์สตางค์ มงคลสุข ซึ่งเราจัดทำขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ยกย่องเชิดชูเกียรติและแสดงความรำลึกถึง ศาสตราจารย์ ดร.สตางค์ มงคลสุข คณบดีท่านแรก ผู้ก่อตั้งคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้บุกเบิกมหาวิทยาลัยวิจัยที่สำคัญที่สุดของวงการวิทยาศาสตร์ไทย
เป็นงานสร้างกุศลที่เราภาคภูมิใจมากค่ะ รายละเอียดของงานติดตามได้ที่เว็บไซต์ของคณะวิทยาศาสตร์เช่นกันค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ที่มา
คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล (21,750 views) first post: Mon 8 January 2007 last update: Tue 9 January 2007
เสวนาในหัวข้อ “ คลังความรู้วิทยาศาสตร์ บนโลกของ Internet ” มาดูกันว่าอินเตอร์เน็ต จะมาแทนที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยได้หรือไม่ และตอบข้อสงสัยอีกมากมายของพฤติกรรมการใช้ Internet เป็นคลังความรู้
สารบัญ
หน้า : 1 อะไร ๆ ก็ค้นได้จากอินเตอร์เน็ต จริงหรือไม่ ?
หน้า : 2 คลังความรู้ดี ๆที่มีในบ้านเรา
หน้าที่ 1 - อะไร ๆ ก็ค้นได้จากอินเตอร์เน็ต จริงหรือไม่ ?
สวัสดีค่ะ เมื่อวันอังคารที่ 12 ธันวาคม 2549 ที่ผ่านมา ช่วง บ่ายโมงครึ่ง ถึงบ่ายสองโมง
ทางคุณรุจเรขา อัศวิษณุ หัวหน้าหน่วยสารสนเทศงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์, หัวหน้าห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข และwebmaster ของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ( เว็บไซต์ www.sc.mahidol.ac.th ) ได้มาเสวนาพูดคุยกับ รศ.ดร.วีณา เชิดบุญชาติ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการ “ โลกวิทยาการ ” ทางสถานีวิทยุ FM 97 ถึงเรื่อง “ คลังความรู้วิทยาศาสตร์ บนโลกของ Internet ” เราไปดูกันดีกว่าค่ะ ว่า Internet กับวิทยาศาสตร์นั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
รศ.ดร.วีณา : อินเตอร์เน็ต จะมาแทนที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยได้หรือไม่ ?
คุณรุจเรขา : อาจเป็นไปได้ในแง่ของความสะดวกในการเข้าถึง หนังสือและวารสารโดยไม่มีขีดจำกัด และดูเหมือนจะได้อ่านฟรี แต่ที่จริงแล้วไม่มีอะไรฟรี โดยเฉพาะในเรื่องของเทคโนโลยีและข้อมูลที่มีคุณค่า มีราคาอยู่แล้ว อย่างเช่นวารสารทางวิชาการสาขาวิทยาศาสตร์ของบริษัทสำนักพิมพ์ที่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศ ยังคงมีราคาแพงมากเหมือนเดิม เป็นธุรกิจอีกรูปแบบหนึ่ง เพียงแต่เปลี่ยนจากการตีพิมพ์ลงในกระดาษ มาเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งสะดวกต่อการค้นหาและการใช้งาน แต่โชคดีที่เดี๋ยวนี้มีสำนักพิมพ์วารสารทางวิชาการแบบไร้กระดาษและไม่หวังผลกำไร เรียกกันว่าเป็น Open – Access Publishers เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดบนอินเตอร์เน็ตโดยเฉพาะในวงการวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการแพทย์ นักวิจัยสามารถส่งบทความไปตีพิมพ์ได้ฟรีทางออนไลน์ ผู้อ่าน download บทความมาอ่านได้ฟรี แถมบทความยังมีคุณภาพดีอีกด้วย นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อวงการวิชาการ โดยเฉพาะในบ้างเรา ซึ่งมักซื้อเทคโนโลยี ซื้อข้อมูลมาใช้เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่ค่อยได้ผลิตเองพูดถึงหนังสือในห้องสมุดหลายคนคงเคยได้ยินข่าว เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2549 ที่ผ่านมานี้เอง Microsoft ได้เปิดตัว Live Search Books books.live.com รุ่นทดลอง หรือ beta version ขึ้นมาแข่งขันกับ Google ซึ่งที่จริงแล้ว Microsoft ทำได้ค่อนข้างล่าช้ากว่ากำหนด เดิมเคยประกาศไว้ว่าจะเป็นกลางปี 2006 หลักการคือ scan หนังสือทั้งเล่ม จำนวนเริ่มต้นกว่าแสนเล่มจากห้องสมุดขนาดใหญ่ เช่น ห้องสมุดประชาชนแห่งกรุงนิวยอร์ก ( The New York Public Library ) ห้องสมุดมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย มหาวิทยาลัยคอร์แนลของอเมริกา มหาวิทยาลัยโตรอนโตของแคนาดา และหอสมุดแห่งชาติแห่งสหราชอาณาจักร หรือ British Library และจัดทำดรรชนีเพื่อค้นหาคำที่ต้องการ จากหนังจำนวนมหาศาลอย่างไร้ขีดจำกัด กลายเป็นห้องสมุดสำหรับคนทั้งโลก หรือ World Wide Library ซึ่งต่อไปจะมีจำนวนนับล้านเล่ม และ download มาอ่านได้ แต่ทุกหน้าจะประทับข้อความ “ Digitized by Microsoft ” เอาไว้ ทั้งนี้ Microsoft จะระมัดระวังเรื่องของลิขสิทธิ์ โดยเลือกสแกนหนังสือที่ไม่มีลิขสิทธิ์ หรือได้รับอนุญาตจากสำนักพิมพ์แล้วท่านั้น นอกจากนั้น ยังชักชวนให้สำนักพิมพ์ต่าง ๆ นำหนังสือมาเข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นช่องทางในการโฆษณาและจำหน่ายหนังสืออีกด้วย ( ผู้สนใจติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพิ่มเติมได้จากบทความ “ Microsoft Offers Book Search ” . PC World Magazine , Dec 06, 2006 www.pcworld.com / article / id,128094 – page,1-c, searchengines / article .html มีแม้กระทั้งหนังสือไทยโบราณหายากหลายเล่ม ลองไปค้นเอาเองก็แล้วกันนะคะ
แนวความคิดที่จะสแกนหนังสือนี้ Google ทำล่วงหน้ามาก่อนเป็นปีแล้ว เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ Google Book Search ( books.google.com ) เปิดตัวเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2548 แต่ขณะนี้กำลังเดือดร้อนประสบปัญหาถูกฟ้องร้องจากสำนักพิมพ์ในเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์ ส่วน Amazon.com ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายหนังสือบนออนไลน์ขนาดใหญ่ระดับโลก ก็มีการสแกนหน้าหนังสือให้อ่านด้วยเหมือนกัน เพื่อประโยชน์ต่อการเชิญชวนให้สั่งซื้อตัวเล่มจริง สารานุกรม หรือ encyclopedia เดี๋ยวนี้ ก็มี Wikipedia ( en.wikipedia.org ) ซึ่งเป็นสารานุกรมเสรี ที่ใคร ๆ สามารถเข้าไปแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลได้ เป็นนิยมกันมาก เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2544 มีการจัดทำถึง 200 ภาษา รวมทั้งภาษาไทยด้วย ( th.wikipedia.org ) เมื่อปีที่แล้ววารสาร Nature เคยทำการสำรวจความถูกต้องของข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์ในหัวข้อต่าง ๆ เปรียบเทียบกันระหว่างสารานุกรมเสรีที่ใคร ๆ ก็เข้าไปแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลได้อย่าง Wikipedia กับสารานุกรมที่เก่าแก่และเป็นหนังสืออ้างอิงที่มีชื่อเสียงมาช้านาน อย่าง Encyclopaedia Britannica แทบไม่น่าเชื่อ ปรากฏว่าผู้เชี่ยวชาญจำนวน 42 คน ตรวจสอบพบข้อผิดพลาด ( เล็ก ๆ น้อย ๆ ) ใน Encyclopaedia Britannica จำนวนถึง 123 แห่ง ในขณะที่ Wikipedia มี 162 แห่ง และพบข้อผิดพลาดที่จัดว่าร้ายแรง จำวน 4 แห่ง เท่า ๆ กัน ( ผู้สนใจสามารถติดตามอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ “ Internet encyclopaedias go head to head ” . Nature Magazine, 14 Dec.2005 ที่เว็บไซต์ www.nature.com/news/2005/051212/full /438900a.html )
แม้การสำรวจครั้งนี้ จะเป็นการลดความน่าเชื่อถือของ Encyclopaedia Britannica ซึ่งสร้างความไม่พอใจและมีการออกหนังสือชี้แจงคัดค้านเป็นการใหญ่ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดว่าบนโลกอินเตอร์เน็ตนี้ อะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และมีผลกระทบต่อแหล่งความรู้ทางวิชาการของเรามากทีเดียว Wikipedia ตอนนี้จัดอันดับเป็นเว็บยอดนิยมมีผู้เข้าใช้สูงสุดเป็นอันดับที่ 12 ของโลกแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าอันดับต้น ๆ นั้น ได้แก่กลุ่มของ Google ซึ่งมีเว็บไซต์แยกย่อยของแต่ละประเทศ ( Google ของไทยอยู่ในอันดับที่ 199 ) , กลุ่มของ Microsoft ได้แก่ Microsoft , Microsoft Network ( MSN ) , Windows Live ( www.live.com ) , Yahoo , Amazon , YouTube ( แหล่งรวมคลิปวิดีโอสมัครเล่น ) , Ebay ( แหล่งซื้อขายสินค้าส่วนบุคคลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ) เป็นต้น ( ใครสนใจรายชื่อบนเว็บยอดนิยม 500 อันดับแรก ติดตามการจัดอันดับ traffic rankings ได้จากเว็บไซต์ Alexa Web Search ( www.alexa.com ) ของบริษัท AMAZON
รศ.ดร.วีณา : จะมีการผสมผสานระหว่าง “บันเทิง” กับ “วิชาการ” บนโลกของอินเตอร์เน็ตได้หรือไม่
คุณรุจเรขา : เดี๋ยวนี้ บรรดายักษ์ใหญ่ในวงการอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น Google หรือ Microsoft ที่เน้นความสนุกสนาน บันเทิงและธุรกิจมาก ปัจจุบันหันมาสนใจข้อมูลทาง academic หรือทางการศึกษาวิจัยวิทยาศาสตร์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Google Scholar ซึ่งเป็นระบบบริการสืบค้นผลงานวิจัยหรือบทความจากวารสารทางวิชาการ Google Book Search ซึ่งนำหนังสือมาทำการสแกนให้เป็นดิจิตอลนับแสนเล่ม เพื่อความสะดวกในการสืบค้นในลักษณะของ e – books ส่วนค่าย Microsoft ก็ผลิตระบบสืบค้นบทความทางวิชาการขึ้นมาแข่งขัน แบบตาต่อตาฟันต่อฟันเลย คือมี Live Academic Search เพื่อแข่งกับ Google Scholar และ Live Search Book เพื่อแข่งกับ Google Book Search เป็นต้น ในขณะเดียวกัน หากเราอ่านวารสารหรือนิตยสารทางวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นที่นิยมทั่วโลก เช่น Science magazine ( science.com ) , Nature magazine ( nature.com ) ฉบับอิเล็กทรอนิกส์บนอินเตอร์เน็ต จะพบว่า เดี๋ยวนี้ได้นำรูปแบบบันเทิงเข้ามาใช้ เช่น แทนที่จะอ่านข่าวบนจอภาพหรือพิมพ์ออกมาเป็นกระดาษอ่านอย่างเดียว ได้มีระบบที่เรียกว่า PODCAST เพื่อฟังเสียงรายการวิทยุ ( เหมือนรายการโลกวิทยาการ ) เป็นไฟล์ MP 3 ไปพร้อม ๆ กับอ่านข่าววิทยาศาสตร์บนจอภาพไปด้วย สำหรับนักเรียนไทยแล้วเท่ากับเป็นการฝึกภาษาอังกฤษไปในตัวทีเดียว หรือบางเว็บไซต์จะให้บริการเป็น WEBCAST เป็นทั้งเสียงและวีดิโอ เพื่อให้ข่าววิทยาศาสตร์มีความน่าสนใจมากขึ้น เช่นที่เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ชื่อดังของอเมริกา Exploratorium หนึ่งในเว็บไซต์ที่ดีที่สุดในโลก สำหรับครูสอนวิทยาศาสตร์ www.exploratorium.edu มีการถ่ายทอดข่าวการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการจัดเก็บรักษาต้นฉบับโบราณที่เขียนด้วยลายมือของ Archimedes นักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกเมื่อพันปีที่แล้ว ให้ชมเป็น WEBCAST ( คนเดียวกันกับที่กระโดดออกจากอ่างอาบน้ำ วิ่งเปลือยกายแล้วร้องตะโกนว่า “ Eureka ! Eureka ! ” หรือแปลว่า “ I’ve found it ! I’ve found it ! นั่นแหละ ) นอกจากนั้น ใครเคยเล่น Google Earth ซึ่งเป็นระบบ 3 มิติ ในการสำรวจแผนที่โลกนิตยสาร Nature Magazine นำ Google Earth มาใช้ระบุพื้นที่บริเวณที่มีไข้หวัดนกระบาดและมีผู้เสียชีวิต อย่างของประเทศไทย สามารถ map ตรงมายังแผนที่จังหวัดกาญจนบุรี ได้เลยทีเดียว และ link ต่อไปยัง WHO ให้ข้อมูลรายงานว่ามีเด็กอายุ 6 ขวบเสียชีวิต 2 คนในพื้นที่ดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 ม.ค. และ 2 ก.พ. 2547 วารสารวิทยาศาสาตร์อื่น ๆ เช่นในสาขาเคมี ฟิสิกส์ ก็มีการลงภาพประกอบเป็นโครงสร้างเคมีแบบ 3 มิติ หมุนได้รอบหรือวารสารทางชีววิทยา มีภาพประกอบจากการถ่ายภาพจากกล้องจุลทรรศน์ เป็น animation เคลื่อนไหวได้ เป็นต้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการติดตามข่าวสารทางวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกในสมัยนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนานไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
รศ.ดร.วีณา : อะไร ๆ ก็ค้นได้จากอินเตอร์เน็ต จริงหรือไม่ ?
คุณรุจเรขา : ข้อควรระวังสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่อยากจะฝากไว้ คือ พอค้นหาข้อมูลอะไรไม่เจอจาก Google Search Engine อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าไม่มี และควรพิจารณาให้ดีก่อนเชื่อเนื้อหาข้อมูลต่าง ๆ ที่ค้นได้จากเว็บ ดูก่อนว่าแหล่งข้อมูลหรือเว็บไซต์เชื่อถือได้หรือไม่ ใครหรือหน่วยงานใดเป็นคนสร้างเว็บไซต์นั้น สำหรับแวดวงการวิชาการทางวิทยาศาสตร์ เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ อย่าเชื่ออะไรง่าย ๆ
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจของ PEW Internet & American Life project ร่วมกับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ Exploratorium ในรายงานเรื่อง “ The internet as a Resouce for News and Information about science” ( www.pewinternet.org/pdfs/PIP_Exploratorium _Science.pdf ) ข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2549 นี้เอง พบว่าแหล่งข้อมูลแห่งแรกที่คนอเมริกันใช้ค้นหาข่าวและข้อมูลวิทยาศาสตร์ทั่ว ๆ ไป ได้แก่ ข่าวจากโทรทัศน์ ซึ่งมีจำนวน 41 % รองลงมาคือค้นจากอินเตอร์เน็ต 20 % ( หรือประมาณ 40 ล้านคน ) อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารวิทยาศาสตร์เพียง 14 % แต่ถ้าใช้ค้นหาข่าววิทยาศาสตร์สำคัญเฉพาะเรื่อง เช่น งานวิจัยเกี่ยวกับ จำนวน 67 % จะค้นจากอินเตอร์เน็ต รองลงมา 11 % คือเข้าใช้ห้องสมุด ที่เหลือเพียงเล็กน้อยไม่กี่เปอร์เซ็นต์จะอ่านจากหนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ และชมโทรทัศน์
รศ.ดร.วีณา : ศูนย์ความรู้ คลังความรู้ หรือคลังปัญญาทางวิทยาศาสตร์ ในบ้านเรา ที่น่าสนใจมีที่ใดบ้าง
หน้าที่ 2 - คลังความรู้ดี ๆที่มีในบ้านเรา
ความจริงห้องสมุดเกือบทุกแห่งในประเทศไทย โดยเฉพาะห้องสมุดมหาวิทยาลัย จะมีบริการผ่านเว็บไซต์ ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งความรู้ที่สำคัญทีเดียว ตอนนี้ห้องสมุดออนไลน์ของบ้านเรามีข้อมูลทันสมัยไม่แพ้ประเทศใดเลยค่ะ ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหิดลเอง มีห้องสมุดสตางค์ มงคลสุข ที่ให้บริการความรู้สำหรับผู้ที่สนใจการศึกษาและวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และผู้ที่สนใจความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสารสนเทศเพื่อการวิจัย ( รวมทั้งข้อมูลนำมาสนทนาทั้งหมดในวันนี้ด้วนค่ะ ) มีฐานข้อมูลทางวิชาการ Electronic Databases ให้บริการสืบค้นผ่านทางเว็บไซต์มากกว่า 100 ฐานข้อมูล และวารสารอิเล็กทรอนิกส์ Electronic Journals มากกว่า 4,000 รายการ เนื่องจากทางคณะวิทยาศาสตร์เราเน้นเรื่องการศึกษาและการวิจัยให้มีคุณภาพระดับสากล ต่อเนื่องมานานกว่า 48 ปีแล้ว ขอแนะนำชื่อเว็บไซต์ของห้องสมุดสตางค์ มงคลสุขเลยนะคะ หากสนใจจะแวะมาเยี่ยมชมและใช้บริการ อยู่ที่ stang.sc.mahidol.ac.th หรือจะเข้าผ่านทางคณะวิทยาศาสตร์ก็ได้ที่ www.sc.mahidol.ac.th
ส่วนเว็บไซต์ประเภทคลังความรู้ดี ๆที่มีในบ้านเรา อยากจะแนะนำเพิ่มเติม สัก 3 แห่ง ได้แก่
- เว็บไซต์ของศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ( Science and Technology Knowledge Center ) www.stkc.go.th กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีบริการห้องสมุดเสมือน พิพิธภัณฑ์เสมือน เรียนออนไลน์ ( E – learning ) และคลังความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ทางวิทยาศาสตร์
- Gotoknow.org GotoKnow เป็นระบบบล็อก ( Blog ) เพื่อการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ – ความรู้บนอินเตอร์เน็ต แบ่งย่อยตามกลุ่ม ตามเนื้อหาที่สนใจ ปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นเทคโนโลยีที่ส่งเสริม “ การแลกเปลี่ยนความรู้ ” ของคนในสังคมไทยมากที่สุด มีสมาชิกที่เขียนบันทึกซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาวิชา ทั้งองค์กรเอกชน หน่วยงานรัฐบาล วงการศึกษา และวงการแพทย์จำนวนมากกว่า 8,500 คน และมีผู้เข้าชมกว่า 21,000 คนต่อวัน อยู่ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันส่งเสริมกาจัดการความรู้เพื่อสังคม ( สคส. ) ฉลองครบรอบ 1 ปี ไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2549 นี้เอง
- www.vcharkarn.com วิชาการดอทคอม เสนอเรื่องราวทางการศึกษาสำหรับเยาวชน เป็นเว็บไซต์ส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่นรางวัลชนะเลิศในปี 2004 จากสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ( Thai Webmaster Association Award ) และเป็นเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมมีผู้เข้าชมสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในหมวดการศึกษา จาก Thailand Web rank ( TrueHits ) คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยหลาย ๆ แห่งในประเทศไทย มาช่วยกันเขียนบทความและตอบปัญหาในเว็บไซต์นี้ค่ะ
รศ.ดร.วีณา : แนะนำเว็บไซต์ของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
คุณรุจเรขา : ผู้ที่พลาดติดตามรายการโลกวิทยาการมาตั้งแต่ต้น สามารถฟังการสัมภาษณ์ย้อนหลัง ได้จากเว็บไซต์ของคณะ ฯ ( www.sc.mahidol.ac.th ) ฟังเสียงการสนทนาในประเด็นเรื่องราวความรู้ต่าง ๆ ที่น่าสนใจทางวิทยาศาสตร์ของอาจารย์ และนักวิจัย ซึ่งเคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วกว่า 30 ท่าน และสามารถ click ดูข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับอาจารย์เหล่านั้น เพื่อดูหน้าตาทำความรู้จัก และอ่านประวัติผลงานวิจัย และหากสนใจจะติดต่อร่วมทำวิจัย หรือสมัครเป็นลูกศิษย์ลูกหาก็ได้ค่ะ เรามีคณาจารย์ประจำจำนวนกว่า 300 ท่าน ผลิตผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในระดับนานาชาติจำนวนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศเป็นประจำทุกปี สำหรับในปีนี้ คาดว่าจะมีผลงานรวมประมาณ 300 บทความค่ะ และในเว็บไซต์มีข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจจะศึกษาต่อ ทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก รวมทั้งทุนเพื่อการศึกษาต่าง ๆ มากมาย
และขอฝากข่าวประชาสัมพันธ์ด้วยค่ะ ในวันที่ 7 – 8 – 9 กุมภาพันธ์ ( ก่อนวันวาเลนไทน์ ) ปี 2550 นี้ ซึ่งเป็นวันพุธ – วันศุกร์ ขอเชิญเที่ยวงานมหกรรมหนังสือมหิดล – พญาไท บุ๊คแฟร์ ณ บริเวณรอบตึกกลม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พญาไท ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว เป็นกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการรักการอ่านของนักเรียน นักศึกษา และประชาชน มีการออกร้านจำหน่ายหนังสือทุกประเภท และผลิตภัณฑ์จากหน่วยงานต่าง ๆ ประมาณ 100 บูธ มีกิจกรรมเสวนานักเขียน กิจกรรมประกวดภาพถ่ายในหัวข้อ “ หนังสือคือเพื่อน Books – Best Friend Forever ” รายได้สมทบทุนพัฒนาพิพิธภัณฑ์สตางค์ มงคลสุข ซึ่งเราจัดทำขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ยกย่องเชิดชูเกียรติและแสดงความรำลึกถึง ศาสตราจารย์ ดร.สตางค์ มงคลสุข คณบดีท่านแรก ผู้ก่อตั้งคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้บุกเบิกมหาวิทยาลัยวิจัยที่สำคัญที่สุดของวงการวิทยาศาสตร์ไทย
เป็นงานสร้างกุศลที่เราภาคภูมิใจมากค่ะ รายละเอียดของงานติดตามได้ที่เว็บไซต์ของคณะวิทยาศาสตร์เช่นกันค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ที่มา
วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ข่าวสารประจำสัปดาห์ที่3 ข่าวเกี่ยวกับgoogle scholar
Submitted by pruet on 13 April 2006 - 01:17 GoogleMicrosoft
ถ้าใครที่ยังเรียนหนังสืออยู่ หรือว่าทำงานในแวดวงวิชาการ คงคุ้นเคยกับ CiteSeer Research Index หรือว่า Google Scholar กันเป็นอย่างดี เพราะว่า Search Engine เหล่านี้ ถูกออกแบบมาให้ช่วยค้นหาเอกสารทางวิชาการโดยเฉพาะ ซึ่งตอนนี้ไมโครซอฟท์ ก็ได้กระโดดลงมาในตลาดนี้เหมือนกัน โดยจะเปิดบริการที่ชื่อว่า Windows Live Acadmeic Search โดยผู้ใช้สามารถที่จะค้นหาเอกสารทั้งที่เป็นเอกสารการประชุมวิชาการ (Conference paper) หรือว่าจากวารสารทางวิชาการ (Journal) ซึ่งก็คล้ายคลึงกับของ Google Scholar แต่จากการให้ความเห็นของผู้ที่ได้ลองใช้แล้ว พบว่า Academic Search ยังขาดความสามารถที่สำคัญก็คือ Search by Citation หรือว่าการค้นหาเอกสารอ้างอิงจากเอกสารที่ค้นหามาได้ ซึ่งจำเป็นมาก สำหรับการสืบค้นงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ก็ต้องดูกันต่อไปว่า Yahoo จะเอากับเขาด้วยมั้ย
ที่มา: Macworld
ถ้าใครที่ยังเรียนหนังสืออยู่ หรือว่าทำงานในแวดวงวิชาการ คงคุ้นเคยกับ CiteSeer Research Index หรือว่า Google Scholar กันเป็นอย่างดี เพราะว่า Search Engine เหล่านี้ ถูกออกแบบมาให้ช่วยค้นหาเอกสารทางวิชาการโดยเฉพาะ ซึ่งตอนนี้ไมโครซอฟท์ ก็ได้กระโดดลงมาในตลาดนี้เหมือนกัน โดยจะเปิดบริการที่ชื่อว่า Windows Live Acadmeic Search โดยผู้ใช้สามารถที่จะค้นหาเอกสารทั้งที่เป็นเอกสารการประชุมวิชาการ (Conference paper) หรือว่าจากวารสารทางวิชาการ (Journal) ซึ่งก็คล้ายคลึงกับของ Google Scholar แต่จากการให้ความเห็นของผู้ที่ได้ลองใช้แล้ว พบว่า Academic Search ยังขาดความสามารถที่สำคัญก็คือ Search by Citation หรือว่าการค้นหาเอกสารอ้างอิงจากเอกสารที่ค้นหามาได้ ซึ่งจำเป็นมาก สำหรับการสืบค้นงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ก็ต้องดูกันต่อไปว่า Yahoo จะเอากับเขาด้วยมั้ย
ที่มา: Macworld
วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ข่าวสารประจำสัปดาห์ที่2 google scholar
Google Scholar คืออะไร
Google Scholar เป็นวิธีที่ง่ายๆ ในการค้นหางานเขียนทางวิชาการได้อย่างกว้างขวาง คุณสามารถค้นหาในสาขาวิชาและแหล่งข้อมูลต่างๆ มากมายได้จากจุดเดียว: บทความ peer-reviewed วิทยานิพนธ์ หนังสือ บทคัดย่อ และบทความจากสำนักพิมพ์ทางวิชาการ แวดวงวิชาชีพ ที่เก็บร่างบทความ มหาวิทยาลัย และองค์กรด้านการศึกษาอื่นๆ Google Scholar ช่วยให้คุณสามารถระบุการค้นคว้าที่เกี่ยวข้องมากที่สุดในโลกแห่งการค้นคว้าวิจัยทางวิชาการ
คุณลักษณะของ Google Scholar
•ค้นหา แหล่งข้อมูลที่หลากหลายจากจุดที่สะดวกจุดเดียว
•ค้นหา บทความ บทคัดย่อ และการอ้างอิง
•ค้นหาตำแหน่ง ของบทความฉบับสมบูรณ์จากทั่วทั้งห้องสมุดของคุณหรือบนเว็บ
•เรียนรู้ เกี่ยวกับบทความสำคัญในการค้นคว้าวิจัยสาขาใดๆ
บทความมีการจัดอันดับอย่างไร
Google Scholar มุ่งมั่นที่จะจำแนกบทความแบบนักวิจัย โดยวัดน้ำหนักจากข้อความทั้งหมดของแต่ละบทความ ผู้เขียน สิ่งตีพิมพ์ที่บทความนั้นปรากฏ และความถี่ที่มีการอ้างอิงบทความนั้นในงานเขียนทางวิชาการอื่น ผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องมากที่สุดจะปรากฏบนหน้าแรกเสมอ
ที่มา
Google Scholar เป็นวิธีที่ง่ายๆ ในการค้นหางานเขียนทางวิชาการได้อย่างกว้างขวาง คุณสามารถค้นหาในสาขาวิชาและแหล่งข้อมูลต่างๆ มากมายได้จากจุดเดียว: บทความ peer-reviewed วิทยานิพนธ์ หนังสือ บทคัดย่อ และบทความจากสำนักพิมพ์ทางวิชาการ แวดวงวิชาชีพ ที่เก็บร่างบทความ มหาวิทยาลัย และองค์กรด้านการศึกษาอื่นๆ Google Scholar ช่วยให้คุณสามารถระบุการค้นคว้าที่เกี่ยวข้องมากที่สุดในโลกแห่งการค้นคว้าวิจัยทางวิชาการ
คุณลักษณะของ Google Scholar
•ค้นหา แหล่งข้อมูลที่หลากหลายจากจุดที่สะดวกจุดเดียว
•ค้นหา บทความ บทคัดย่อ และการอ้างอิง
•ค้นหาตำแหน่ง ของบทความฉบับสมบูรณ์จากทั่วทั้งห้องสมุดของคุณหรือบนเว็บ
•เรียนรู้ เกี่ยวกับบทความสำคัญในการค้นคว้าวิจัยสาขาใดๆ
บทความมีการจัดอันดับอย่างไร
Google Scholar มุ่งมั่นที่จะจำแนกบทความแบบนักวิจัย โดยวัดน้ำหนักจากข้อความทั้งหมดของแต่ละบทความ ผู้เขียน สิ่งตีพิมพ์ที่บทความนั้นปรากฏ และความถี่ที่มีการอ้างอิงบทความนั้นในงานเขียนทางวิชาการอื่น ผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องมากที่สุดจะปรากฏบนหน้าแรกเสมอ
ที่มา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)